เคยเป็นแบบนี้ไหม
คุณเปิด Claude Code หน้าต่างหนึ่ง ให้ทำเว็บ
เปิดอีกหน้าต่าง ให้ Codex เขียนสคริปต์
เปิดอีกหน้าต่าง ให้ Claude อีกตัวสรุปเอกสาร
ผ่านไปสิบนาที คุณเริ่มงง
ตัวไหนเสร็จแล้ว ตัวไหนยังทำอยู่
ตัวไหนค้างรอให้คุณกดอนุญาตมาตั้งนานแล้ว
แย่กว่านั้นคือ AI สองตัวแก้ไฟล์ในโฟลเดอร์เดียวกัน
ไฟล์ชนกัน งานของตัวหนึ่งไปทับอีกตัว
ผมเองก็เพิ่งเจอเรื่องนี้ แล้วได้ลองใช้ Orca บน Windows
บทความนี้เขียนจากมุมคนที่เพิ่งลอง ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ
ภาพหน้าจอทุกภาพที่เขียนว่า “ภาพหน้าจอจริงบน Windows” ถ่ายตอนลองทำตามขั้นตอนนี้จริง
Orca คืออะไร
Orca เป็นแอปบนคอมพิวเตอร์ ที่เอาไว้รัน AI เขียนโค้ด (coding agent) หลายตัวพร้อมกันในหน้าต่างเดียว
Orca ไม่ได้ขาย AI แยก มันเรียกใช้ agent ที่คุณติดตั้งไว้แล้ว
เช่น Claude Code, Codex, Cursor CLI, OpenCode
ข้างในคือ terminal (หน้าจอพิมพ์คำสั่ง) ของจริง
แค่มีหน้าตาแอปครอบไว้ให้ดูง่ายขึ้น
ให้นึกภาพว่า Orca คือออฟฟิศ
- โปรเจกต์ = ตึกหนึ่งหลัง
- worktree = ห้องทำงาน 1 ห้องต่อ 1 งาน
- แท็บ = โต๊ะในห้อง แต่ละโต๊ะมี AI นั่งอยู่ 1 ตัว
- แถบซ้าย = กระดานหน้าออฟฟิศ บอกว่าใครกำลังทำอะไร

ข้อมูลพื้นฐานที่ควรรู้
- ฟรี และเป็น open source (เปิดโค้ดให้ทุกคนดู) สัญญาอนุญาตแบบ MIT
- ใช้ได้ทั้ง macOS, Windows และ Linux
- มีแอปมือถือ iOS และ Android (ยังเป็นรุ่น beta)
- โปรเจกต์บน GitHub มีคนกดดาวราว 105.9k ดวง (เช็กที่ github.com/stablyai/orca วันที่ 26 ตุลาคม 2026)
ทำไมสาย AI ควรใช้
- เห็นสถานะ AI ทุกตัวในที่เดียว
ไม่ต้องสลับหน้าต่างไปมา แถบซ้ายบอกเลยว่าตัวไหนทำอยู่ ตัวไหนเสร็จ ตัวไหนรอคุณ
- AI หลายตัวทำงานพร้อมกันได้ ไฟล์ไม่ชนกัน
เพราะแต่ละงานได้ห้อง (worktree) ของตัวเอง
- ให้ AI แข่งกันทำงานเดียวกันได้
ไม่แน่ใจว่าโมเดลไหนเก่งงานนี้ ก็ให้ทำทั้งคู่ แล้วเลือกผลที่ดีที่สุด
- ตรวจงาน AI ได้ในแอป
ดูไฟล์ ดูว่า AI แก้อะไรไป แล้วคอมเมนต์ส่งกลับให้แก้ ได้ในที่เดียว
- ชี้จุดบนหน้าเว็บให้ AI แก้ได้ตรงๆ
ไม่ต้องแคปจอแล้วพิมพ์อธิบายว่า “ปุ่มตรงนั้นน่ะ”
ขั้นที่ 1 ติดตั้ง Orca
- เข้า onorca.dev/download
- เลือกไฟล์ตามระบบของคุณ (Windows / macOS / Linux)
- ติดตั้งแล้วเปิดแอป
ก่อนเริ่ม เครื่องคุณควรมี Claude Code หรือ Codex ติดตั้งและ login ไว้แล้ว
Orca ใช้ subscription ของคุณเอง
เช็กง่ายๆ ว่าพร้อมไหม
เปิด terminal ปกติของเครื่อง พิมพ์ claude (หรือ codex) แล้วกด Enter
ถ้าขึ้นหน้าจอให้พิมพ์คุยได้ แปลว่าพร้อมใช้กับ Orca
ถ้ายังไม่มี ดูวิธีติดตั้ง Claude Code ได้ที่ https://code.claude.com/docs
ครั้งแรกที่สร้างห้อง Orca อาจเด้งกล่อง Add a setup script ที่มุมซ้ายล่าง
ยังไม่ต้องตั้งค่าอะไร กด X ปิดได้เลย

ขั้นที่ 2 เพิ่มโปรเจกต์
- ที่แถบซ้าย ตรงหัวข้อ Projects กดไอคอนรูปโฟลเดอร์ (Add project)
- เลือกโฟลเดอร์โปรเจกต์ในเครื่อง เช่น my-project
- ชื่อโปรเจกต์จะขึ้นในแถบซ้าย
โฟลเดอร์ธรรมดาก็เปิดใน Orca ได้
แต่ถ้าอยากใช้ห้องแยก (worktree) ในขั้นถัดไป โฟลเดอร์นั้นต้องเป็น git repo
(git คือระบบที่จดประวัติการแก้ไฟล์ทุกครั้ง repo คือโฟลเดอร์ที่ git ดูแลอยู่)
ถ้ายังไม่เป็น ให้สั่ง Claude ช่วยก่อนได้
ช่วยทำให้โฟลเดอร์นี้เป็น git repo ก่อนบันทึก ให้ตรวจหาไฟล์ลับ เช่น .env หรือไฟล์รหัสผ่าน แล้วใส่ไว้ใน .gitignore แสดงรายการไฟล์ที่จะบันทึกให้ผมดูก่อน แล้วค่อยบันทึกเป็นจุดเริ่มต้น
ขั้นที่ 3 สร้าง worktree (ห้องทำงานแยก)
ทำไมต้องมี
ถ้าให้ AI 2 ตัวทำ 2 งานในโฟลเดอร์เดียวกัน ไฟล์จะชนกัน
worktree คือสำเนาโฟลเดอร์ที่แยกออกมาบน branch ของตัวเอง
branch คือ “ทางแยก” ของงาน
แก้อะไรในทางแยก ก็ไม่กระทบทางหลัก จนกว่าคุณจะรวมกลับเอง
วิธีสร้าง
- กดปุ่ม + มุมบนของแถบซ้าย (New workspace) จะเด้งกล่อง Create worktree
- ช่อง Project เลือกโปรเจกต์ที่จะทำงาน
- ช่องชื่อ พิมพ์ชื่องานเป็นภาษาอังกฤษ เช่น test-orca แล้วกด Use “test-orca” as workspace name
ชื่อนี้จะกลายเป็นชื่อ branch และชื่อโฟลเดอร์ ใช้ภาษาอังกฤษจะปลอดภัยกว่า - ช่อง Create From คือฉบับที่จะคัดลอกมาเป็นจุดเริ่ม ค่าที่ขึ้นมาให้คือ origin/master (ฉบับที่อยู่บน GitHub)
ถ้างานล่าสุดของคุณยังไม่ได้ส่งขึ้น GitHub ให้กดเปลี่ยนเป็น branch ในเครื่องแทน - ช่อง Agent เลือก AI ที่จะให้ทำงานในห้องนี้
- กด Create worktree (หรือ Ctrl + Enter)

Orca สร้างโฟลเดอร์ห้องใหม่ไว้ที่ C:\Users\ชื่อคุณ\orca\workspaces\ชื่อโปรเจกต์\ชื่อห้อง
แล้วเปิด agent ในห้องนั้นให้ทันที
ขั้นที่ 4 เลือก agent ให้ถูกวิธี
กฎข้อเดียวที่ต้องจำ
เปิด agent จากช่องเลือก agent ของ Orca
อย่าพิมพ์คำว่า claude เองใน terminal
ถ้าพิมพ์เอง Orca อาจไม่รู้ว่าเป็น agent และจะไม่ขึ้นสถานะให้คุณเห็น
ในช่องเลือกจะมี agent ที่ Orca เจอในเครื่องคุณ
และมี Blank Terminal สำหรับเปิดหน้าจอพิมพ์คำสั่งเปล่าๆ
agent ที่ใช้บ่อย ตั้งเป็นค่าเริ่มต้นได้ที่ Settings → Agents → Default Agent
ก่อนสั่งงานแรก ตั้งสิทธิ์ให้ปลอดภัยก่อน
Orca ให้ agent ทำงานแบบไม่ถามเป็นค่าเริ่มต้น คือแก้ไฟล์และรันคำสั่งได้เลย
มือใหม่ให้ไปที่ Settings → Agents → Agent Permissions แล้วเลือก Ask for approval (ให้ถามก่อน)
รายละเอียดอยู่ในส่วนข้อควรรู้ท้ายบทความ

ขั้นที่ 5 สั่งงานแรก แล้วอ่านสถานะในแถบซ้าย
นี่คือส่วนที่แก้ปัญหา “ไม่รู้ตัวไหนเสร็จ” ได้ตรงที่สุด
ลองสั่งงานเล็กๆ ในห้องที่เพิ่งสร้าง
สร้างไฟล์ hello.md เขียนว่า สวัสดี Orca 3 บรรทัด และสร้าง index.html หน้าเว็บง่ายๆ มีหัวข้อ ‘ทดลอง Orca’ กับปุ่ม 1 ปุ่ม
แล้วดูสัญลักษณ์ใต้ชื่อห้องในแถบซ้าย
- วงหมุน = กำลังทำงาน
- เครื่องหมายคำถามสีเหลือง = รอคุณ (ขออนุญาตหรือถามคำถาม)
- เครื่องหมายถูกสีเขียว = เสร็จแล้ว
- จุดแดง = ติด ล้ม หรือถูกขัด
- จุดเทา = ว่าง
- ไม่มีสัญลักษณ์ = terminal ธรรมดา ไม่ใช่ agent
รายการสัญลักษณ์นี้มาจากเอกสารทางการ ตอนลองจริง งานที่เสร็จขึ้นเป็นเครื่องหมายถูกสีเขียวพร้อมคำว่า Done
กดที่รายการใต้ชื่อห้อง จะกระโดดไปที่ agent ตัวนั้นทันที

ขั้นที่ 6 แบ่งจอดูหลายตัวพร้อมกัน
วิธีที่ง่ายที่สุด
- ลากแท็บไปที่ขอบขวาของจอ = แบ่งซ้าย/ขวา
- ลากไปขอบล่าง = แบ่งบน/ล่าง
หรือแบ่ง terminal ในแท็บเดียวด้วยปุ่มลัด แล้วเปิด agent อีกตัวในช่องใหม่
ระวังหนึ่งเรื่อง
agent ที่อยู่ห้องเดียวกันใช้ไฟล์ชุดเดียวกัน ถ้าทำไฟล์เดียวกันพร้อมกันก็ชนได้
ถ้าจะให้ทำงานพร้อมกัน ให้แยกคนละห้อง หรือบอกให้ชัดว่าใครดูแลไฟล์ไหน

ปุ่มลัดบน Windows ที่ใช้บ่อย (ค่าเริ่มต้นของ Orca 1.4.240)
- Ctrl + T = เปิดแท็บ terminal ใหม่
- Ctrl + Shift + D = แบ่ง terminal ไปทางขวา
- Alt + Shift + D = แบ่ง terminal ลงล่าง
- Ctrl + Shift + B = เปิดแท็บเบราว์เซอร์ใหม่
- Ctrl + P = ค้นหาและเปิดไฟล์
- Ctrl + Shift + J = กระโดดไปห้องอื่น
- Ctrl + B = ซ่อน/แสดงแถบซ้าย
- Ctrl + W = ปิดแท็บ
ปุ่มลัดทั้งหมดดูและเปลี่ยนได้ที่ Settings → Shortcuts
ถ้าคุณเคยเปลี่ยนเอง ให้ยึดที่หน้านี้เป็นหลัก

ขั้นที่ 7 ดูไฟล์และดู diff
ดูไฟล์
Orca เปิดดู Markdown, รูป, วิดีโอ, PDF, HTML และ Mermaid ได้ในแอป
ไฟล์ Markdown มีแถบเครื่องมือให้แก้ได้แบบโปรแกรมพิมพ์งาน
ลากไฟล์จากแถบไฟล์ไปวางในช่องพิมพ์ของ agent ได้เลย ใส่รูปก็ได้

ดู diff
diff คือหน้าที่บอกว่าไฟล์ถูกแก้ตรงไหน บรรทัดไหนเพิ่ม บรรทัดไหนหาย
สีเขียว = บรรทัดที่เพิ่มเข้ามา สีแดง = บรรทัดที่ถูกลบ
ใช้ตรวจว่า AI แก้อะไรไปบ้าง ก่อนคุณจะยอมรับงาน
วิธีเปิด กด Ctrl + Shift + G เพื่อเปิดแถบ Source Control (รายการไฟล์ที่ถูกแก้) แล้วคลิกไฟล์ที่อยากดู
หรือสั่ง agent ว่า “เปิด diff ของไฟล์ index.html ใน Orca ให้หน่อย”

คอมเมนต์ใน diff ส่งกลับให้ AI แก้ (Annotate AI Diff)
- เปิด diff
- คอมเมนต์ที่บรรทัดที่อยากเปลี่ยน
- ส่งกลับ agent จะแก้ตรงบรรทัดนั้น

เมื่อพอใจแล้ว Orca ทำ commit, push และสร้าง PR ได้จากในแอป
- commit = กดบันทึกจุดงาน พร้อมข้อความว่าแก้อะไร
- push = ส่งงานที่บันทึกแล้วขึ้น GitHub
- PR = คำขอรวมงานจากทางแยกเข้าทางหลัก
ขั้นที่ 8 เบราว์เซอร์ในแอป + Design Mode
ส่วนนี้เหมาะกับคนทำเว็บด้วย AI
แทนที่จะแคปจอแล้วอธิบายว่า “หัวข้อตรงนั้นน่ะ” คุณคลิกชี้ให้ AI ดูได้เลย
- ถามที่อยู่หน้าเว็บจาก agent ก่อน
เปิดหน้า index.html ที่เพิ่งสร้างให้ดูในเครื่อง แล้วบอกที่อยู่ที่ต้องใส่ในเบราว์เซอร์ให้ผม
agent จะให้ที่อยู่แบบ localhost (เว็บที่รันอยู่ในเครื่องคุณ) หรือที่อยู่ไฟล์ที่ขึ้นต้นด้วย file:///
- เปิดแท็บเบราว์เซอร์ใน Orca (Ctrl + Shift + B) แล้ววางที่อยู่นั้น
- กดปุ่ม Annotate page element ในแถบเครื่องมือเบราว์เซอร์ (ปุ่มลัด Alt + Shift + N)
- คลิกชิ้นส่วนที่อยากแก้ จะมีกล่องให้พิมพ์
- พิมพ์สิ่งที่ต้องการ เลือก Change (ให้แก้) หรือ Question (ถามเฉยๆ) แล้วกด Add

- กด Send แล้วเลือกว่าจะส่งให้ agent ตัวไหน
ส่งให้ตัวที่เปิดอยู่แล้ว หรือเปิดตัวใหม่ก็ได้

- agent ได้รับ HTML + CSS + ภาพครอปของชิ้นนั้น แล้วแก้ให้
ถ้าเปิดผ่าน dev server หน้าเว็บจะรีโหลดเอง
ถ้าเปิดเป็นไฟล์ตรงๆ กดปุ่มรีโหลดหนึ่งครั้ง

ตอนลองจริง Claude ใช้เวลาประมาณ 5 วินาที และแก้แค่บรรทัดหัวข้อบรรทัดเดียว
ขั้นที่ 9 ให้ 2-3 agent แข่งงานเดียวกัน
ใช้เมื่อคุณไม่แน่ใจว่าโมเดลไหนทำงานนี้ได้ดี เช่น ออกแบบหน้าเว็บ หรือเขียนสคริปต์
- สร้าง worktree 2 ห้อง เช่น race-claude (เลือก Claude) กับ race-codex (เลือก Codex)
- วาง prompt เดียวกันทั้งสองห้อง
- แบ่งจอดูคู่กัน
- เสร็จแล้วเปิด diff แต่ละห้อง เลือกห้องที่ดีที่สุด
- ขัดเกลาด้วยคอมเมนต์ใน diff แล้วลบห้องที่ไม่ใช้
prompt สำหรับซ้อม
เขียนสรุป 5 ข้อว่า Orca ใช้ทำอะไร ลงไฟล์ orca-summary.md
อยากแข่ง 3 ตัว ก็เพิ่มห้องที่ 3 ด้วย agent อีกตัว วิธีเดียวกัน

ขั้นที่ 10 มือถือ โควตา และกันเครื่องหลับ
แอปมือถือ (beta)
- ลงแอป Orca จาก iOS App Store หรือไฟล์ APK สำหรับ Android
- บนคอม กด Orca Mobile ที่แถบซ้าย แล้วทำตามขั้นตอนจับคู่ จะได้รหัสชั่วคราว
- บนมือถือ กด Pair ใส่รหัส แล้วเลือกเชื่อมผ่าน Orca Relay (ต้อง login) หรือ LAN (Wi-Fi เดียวกัน)
ทำอะไรได้บ้าง
- ดูสถานะ agent และตอบเวลามันรอคุณ
- แนบรูป พูดสั่งงาน commit และเปิดงานใหม่
- รับแจ้งเตือนตอนงานเสร็จ
ข้อจำกัด ต้องเปิด Orca บนคอมทิ้งไว้ และมือถือไม่ใช่ตัวแก้ไฟล์เต็มรูปแบบ

โควตา
มุมซ้ายล่างเขียนว่า Used ตามด้วย % ที่ใช้ไปแล้วของแต่ละเจ้า และเวลาที่เหลือก่อนรีเซ็ต
กดที่ตัวเลขจะเห็นรายละเอียด
ดูก่อนสั่งงานใหญ่ จะได้ไม่หมดกลางทาง

กันเครื่องหลับ
มุมขวาล่างมีปุ่ม Keep computer awake
ตั้งได้ว่าให้เครื่องไม่หลับตลอดเวลา หรือเฉพาะตอน agent ทำงาน
สั่งงานยาวทิ้งไว้ เครื่องจะไม่หลับกลางคัน
ขั้นที่ 11 (ขั้นสูง) Automations, Orchestration และ orca CLI
ส่วนนี้ไม่ต้องรีบ ใช้ขั้นที่ 1-10 คล่องก่อนค่อยมาลอง
Automations ตั้งงานให้รันเอง
เหมือนตั้งนาฬิกาปลุกให้ AI ทำงานตามเวลา เช่น ทุกเช้าวันทำงาน
- กด Automations ที่แถบซ้าย
- เลือกแม่แบบที่มีให้ เช่น Weekday repo audit (ตรวจโปรเจกต์ทุกวันทำงาน) หรือกด New Automation สร้างเอง
- เลือกรอบ เช่น ทุกชั่วโมง ทุกวัน วันทำงาน ทุกสัปดาห์
ยังไม่มีข้อมูลยืนยันว่าต้องเปิด Orca ทิ้งไว้ตอนถึงเวลาหรือไม่ ลองรันจริงก่อนพึ่งพา

Orchestration ให้ agent สั่ง agent
agent ตัวหนึ่งเป็นหัวหน้า แตกงานเป็นงานย่อย ส่งให้ลูกน้องทำคนละห้อง แล้วรอรายงานกลับ
แบ่งได้หลายแบบ
- ส่งต่องานให้ agent อีกตัวทำต่อ
- ทำทีละช่วง ช่วงหลังรอผลช่วงแรก
- แบ่งงานที่ไม่ทับกันให้หลายตัวทำพร้อมกัน
- แตกงานใหญ่เป็นงานเล็กหลายชิ้น แต่ละชิ้นแยกห้อง
วิธีเปิด
- Settings → Orchestration
- กด Install ที่ Orchestration skill
- กด Re-check ให้ Claude และ Codex ขึ้นสถานะพร้อม
- ถ้าไม่แน่ใจว่าพร้อมไหม สั่ง agent ว่า “รัน orca status แล้วบอกว่า Orca พร้อมใช้ orchestration ไหม”
- สั่งหัวหน้าเป็นภาษาคนได้เลย
ใช้ Orca orchestration แบ่งงานนี้ให้ Codex 1 ตัว: เขียนไฟล์ faq.md ถามตอบ 3 ข้อเรื่อง Orca แล้วรายงานกลับมาเมื่อเสร็จ
ตั้งจุดให้ถามผมก่อน ก่อนจะรวมงานส่วน billing เข้าทางหลัก

orca CLI สั้นๆ
CLI คือคำสั่งพิมพ์ใน terminal ส่วนใหญ่คุณไม่ต้องพิมพ์เอง ให้ agent ใช้แทนได้
- orca status = เช็กว่า Orca เปิดอยู่ไหม
- orca repo list = ดูโปรเจกต์ทั้งหมด
- orca worktree list = ดูห้องทั้งหมด
- orca search = ค้นข้อความในประวัติ session
รัน orca status กับ orca repo list แล้วอธิบายผลให้ฟังแบบง่ายๆ
ข้อควรรู้ก่อนใช้จริง
- Orca ให้ agent ทำงานแบบไม่ถามก่อนเป็นค่าเริ่มต้น
ในเครื่องที่ลอง Agent Permissions ตั้งไว้ที่ Full access
Claude ถูกเปิดด้วย –dangerously-skip-permissions คือแก้ไฟล์และรันคำสั่งได้เลยโดยไม่ขออนุญาต
มือใหม่แนะนำให้ไปที่ Settings → Agents → Agent Permissions แล้วเลือก Ask for approval (ให้ถามก่อน)

- ห้ามลบห้องหลัก
ในแถบซ้าย ห้องที่มีป้าย primary คือโฟลเดอร์จริงของคุณ
ลบ worktree ใน Orca = ลบทั้งโฟลเดอร์และ branch ลบเฉพาะห้องที่สร้างไว้ทดลอง และอ่านชื่อในกล่องยืนยันก่อนกดทุกครั้ง
- push = ส่งขึ้น GitHub จริง
ตอนฝึก ดู diff ได้เต็มที่ แต่ยังไม่ต้อง push
- ห้องใหม่เริ่มจากงานที่บันทึกแล้วเท่านั้น
ห้องใหม่คัดลอกมาจาก branch ที่เลือกในช่อง Create From ไฟล์ที่ยังไม่ commit จะไม่ตามไป
ถ้าเลือก origin/master (ฉบับบน GitHub) งานที่ยังไม่ push ก็จะไม่มาด้วย
ไฟล์ที่ git ไม่เก็บ เช่น .env หรือ node_modules ก็ไม่มาเหมือนกัน
- Orchestration กับแอปมือถือยังใหม่มาก
แอปมือถือยังเป็น beta และเอกสารทางการเรียก orchestration ว่าฟีเจอร์ทดลอง
หน้าตาและคำสั่งอาจเปลี่ยนตามเวอร์ชัน อย่าเพิ่งใช้กับงานสำคัญ
ลองถามตัวเองดู
ตอนนี้คุณใช้ AI แบบ “คุยกับผู้ช่วยทีละคน” หรือ “บริหารทีมหลายคน”
ถ้ามี AI 3 ตัวทำงานให้คุณพร้อมกันในเช้าวันพรุ่งนี้
งานไหนของคุณที่ควรให้มันแข่งกันทำ
แล้วงานไหนที่คุณยังต้องนั่งตรวจเองทุกบรรทัด
แหล่งอ้างอิง
- เอกสารทางการ Orca: https://www.onorca.dev/docs
- หน้าดาวน์โหลด: https://onorca.dev/download
- GitHub: https://github.com/stablyai/orca
- คลิปรีวิวจาก Better Stack “The Best Agent IDE I’ve ever used (Orca)”: https://www.youtube.com/watch?v=8QgBcI40VC8
ข้อมูลในบทความนี้ ณ วันที่ 26 ตุลาคม 2026 (Orca เวอร์ชัน 1.4.240 บน Windows)
genaispace.net : A Space to learn Generative AI Together
รับเทรนนิ่งองค์กรเกี่ยวกับการใช้ Generative AI เพื่อพัฒนาทักษะของพนักงาน เป็นองค์กร,บริษัท,กลุ่ม,เดี่ยว ด้วยประสบการณ์กว่า 3 ปี ผ่านองค์กรใหญ่ๆมากกว่า 70 แห่งและพนักงานกว่า 4,500 คน
ตอนนี้ website genaispace มี mcp แล้ว สามารถเชื่อมเข้ากับ claude,chatgpt เพื่อ ถามทุกอย่างในเวบนี้ได้เลย
ลิงก์ MCP ของ genaispace.net
กดปุ่มคัดลอก แล้วนำไปวางในหน้าเพิ่ม Connector ของ Claude หรือ ChatGPT ได้เลย


ใส่ความเห็น