หลายคนคิดว่า Google มี AI แค่ Gemini ที่เป็น chatbot เท่านั้น แต่ความจริงแล้ว Google มี AI กระจายไปทั่วเครื่องมือออนไลน์ของเราแล้ว – ในอีเมล ในการสร้างรูปภาพ ในการค้นหา และในเครื่องมือต่างๆ ที่ใช้ทุกวัน
บทความนี้จะอธิบายเครื่องมือ AI ของ Google ที่คุณสามารถเข้าถึงได้ง่ายๆ เลย โดยไม่ต้องเป็นโปรแกรมเมอร์ หรือบางฟังก์ชั่นไม่ต้องเสียเงินเพิ่มเติมก็ใช้ได้
1: Gemini App – Chatbot หลักของ Google

โมเดล Gemini ที่ใช้ใน Gemini App
ใน Gemini App (gemini.google.com หรือแอปบนมือถือ) คุณจะสามารถเลือกใช้โมเดลต่างๆ ได้
โมเดลที่มีให้เลือก:
Gemini 3 Pro (Thinking Mode) – โมเดลออกมาเมื่อ 18 พฤศจิกายน 2025 สำหรับงานที่ต้องการการให้เหตุผลซับซ้อน ใช้ได้ทั้ง text รูปภาพ และเสียง
เหมาะสำหรับการเขียนสรรค์สร้าง การแก้ปัญหา วิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก
Gemini 2.5 Flash – โมเดลที่เร็วและดี ความสัมพันธ์ดีระหว่างความเร็วกับคุณภาพ
ตอบเร็ว เหมาะสำหรับการใช้งานทั่วไป
Gemini 2.0 Flash – เวอร์ชันเก่า แต่ยังใช้ได้ดี ใช้สำรอง
Deep Research

Deep Research เป็นการค้นหาแบบลึกที่ช่วยวิจัย
ความสามารถ :
- ถามหัวข้อซับซ้อน Deep Research จะไปดูหลายแหล่ง
- รวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ แล้วสรุปเป็นรายงาน
- ให้ citations และอ้างอิง
Visual Layout Mode

Visual Layout Mode คือโหมดแสดงผลคำตอบของ Google AI
ที่เปลี่ยนจากข้อความยาว ๆ
เป็นหน้าแบบ นิตยสาร (Magazine-style) ที่ดูและกดใช้งานต่อได้ทันที
มีอะไรบ้าง
- ภาพจากเว็บจริง (ไม่ใช่ภาพที่ AI สร้าง)
- การ์ด ตาราง แผนที่ โมดูลโต้ตอบ
- เลย์เอาต์อ่านง่าย เลื่อน กด สำรวจต่อได้
- ลิงก์ไปดูข้อมูลเพิ่มเติม
เหมาะกับการใช้แบบไหน
- วางแผนท่องเที่ยว → ได้ itinerary + แผนที่แบบกดดูได้
- เปรียบเทียบสินค้า → ตารางสเปก ราคา จุดเด่น
- เรียนรู้เชิงลึก → แบ่งข้อมูลเป็นแท็บ เลือกดูเฉพาะที่สนใจ
Gemini Guided Learning

Guided Learning คือโหมดเรียนรู้ใน Gemini
ที่ทำหน้าที่เป็น ครูส่วนตัว
ไม่ให้คำตอบทันที แต่ พาเรียนทีละขั้น ด้วยการถาม–ตอบ
จุดต่างสำคัญคือ
สอนให้เข้าใจ กระบวนการคิด ไม่ใช่แค่จำคำตอบ
ต่างจาก Chat Gemini ปกติยังไง?
- Chat ปกติ → ถาม → ได้คำตอบ → จบ
- Guided Learning → ถาม → AI ชวนคิด → ถามต่อ → ตรวจความเข้าใจ → ค่อยสรุป
ผลคือ ผู้เรียนรู้ว่า ทำไมคำตอบถึงเป็นแบบนั้น
หลักการทำงาน
- ถามคำถามชวนคิด (ไม่เฉลยทันที)
- แยกปัญหาเป็นขั้น ๆ
- ตรวจว่าผู้เรียนเข้าใจจริงไหม
- ใช้ภาพ / diagram / quiz ช่วยอธิบาย
- ปรับความยากตามระดับผู้เรียน
ใช้กับอะไรได้บ้าง?
- วิทยาศาสตร์ / คณิตศาสตร์
- การแก้โจทย์แบบ step-by-step
- ทักษะสร้างสรรค์ เช่น การถ่ายรูป การเขียน
- การเรียนรู้ด้วยตัวเอง (self-learning)
ใช้ตอนไหน
- ใช้เมื่อคำถามต้องการ
- เปรียบเทียบ / วางแผน / เห็นภาพรวม
- ไม่เหมาะกับคำถามสั้น ๆ ที่ต้องการคำตอบตรง ๆ
ราคาการใช้งาน:
- ฟรี สำหรับผู้ใช้ Gemini ทั่วไป (แต่จำกัด request ต่อวัน)
- สมาชิก Google AI Plus (฿299/เดือน) – ใช้งานไม่จำกัด Gemini 3 Pro
- สมาชิก Google AI Pro/Ultra – คุณสมบัติเพิ่มเติมมากมาย
Gemini Canvas

คือพื้นที่ให้ผู้ใช้สามารถ เขียน แก้ ทดลอง และพัฒนางานที่ซับซ้อนได้ในพื้นที่เดียว ไม่ต้องสลับเครื่องมือไปมา
ความสามารถที่ทำได้ :
- Canvas รองรับการแปลงเนื้อหาไปเป็นสื่อรูปแบบอื่น
- การแปลงข้อมูลและเอาต์พุตหลายรูปแบบ
- สามารถสร้างแบบทดสอบ แฟลชการ์ด หรือ quiz จากเนื้อหาในเอกสาร
- ช่วยในการเรียนรู้ การสอน หรือการฝึกอบรมภายในองค์กรให้เข้าใจได้ง่ายขึ้น
ในระยะถัดไป Canvas ถูกออกแบบให้เชื่อมต่อกับระบบ Cloud ของ Google เพื่อให้สามารถนำแอปหรือเครื่องมือที่สร้างขึ้นไปใช้งานจริงได้โดยตรง
TIPS การใช้: ถ้าคุณเป็นผู้ใช้ Gmail Google ทั่วไป ใช้เวอร์ชันฟรี Gemini 2.5 Flash ก็สามารถใช้งานได้ดีระดับหนึ่งแล้ว
2: AI สำหรับสร้างและแก้ไขรูปภาพ
2.1 Nano Banana – สร้างรูปภาพ AI (ฟรี)

Nano Banana เป็นเครื่องมือสร้างรูปภาพ AI ของ Google ที่ใช้ได้ฟรี
ความสามารถที่ทำได้ :
- สร้างรูปภาพจากคำอธิบาย (prompt) – เพียงพิมพ์สิ่งที่ต้องการ AI จะสร้าง
- แก้ไขรูปภาพที่มีอยู่แล้ว เช่น ฟื้นฟูภาพเก่า เพิ่ม/ลบวัตถุ
- ใช้โมเดล Gemini 2.5 Flash Image – รวดเร็วและประหยัด
- ใช้ได้จากแอป Gemini หรือเว็บ gemini.google.com
- ฟรี แต่มีขีดจำกัดจำนวนคำขอต่อวัน (ประมาณ 10-15 ครั้งต่อวัน)
ตัวอย่าง Prompt ที่ใช้ได้:
“สร้างรูปสุนัขสีน้ำตาล นั่งในสวน มีดอกไม้รอบๆ สไตล์ภาพวาด”
“แก้ไขรูปนี้: ลบคนในพื้นหลัง ทำให้ธรรมชาติ”
2.2 Nano Banana Pro – สำหรับผลงานคุณภาพสูง
Nano Banana Pro เปิดตัวเมื่อ 19 พฤศจิกายน 2025 ใช้พลังของ Gemini 3 Pro
ความสามารถแรงกว่ามาก:
- สร้างตัวอักษร/ข้อความภายในรูปได้อย่างสมบูรณ์ (แม้หลายภาษา) – สำคัญสำหรับ poster infographic
- สร้างสถิติ infographic ที่เที่ยงตรง (ตัวเลขถูกต้อง ขนาดสัดส่วนดี)
- สร้างโครงสร้างและรูปแบบที่ซับซ้อน (เช่น mockup poster branding identity)
- สร้างผลลัพธ์ 2K และ 4K resolution – เหมาะสำหรับพิมพ์
- สามารถใช้ 10 ภาพอ้างอิง เพื่อรักษาความสม่ำเสมอ (เช่น ใบหน้าคนเดียวกัน)
- ปรับการจัดแจงองค์ประกอบ สีสัน แสง ได้อย่างละเอียด
ราคา:
- ฟรี: ผู้ใช้ Gemini ทั่วไปได้เพียง limited quota (2-3 ครั้งต่อวัน)
- สมาชิก Google AI Plus/Pro/Ultra: ใช้ไม่จำกัด
ที่ใช้ได้: Gemini App, AI Mode in Search, NotebookLM, Google Slides, Google Vids
TIPS : ถ้าต้อง infographic ตัวอักษรชัดๆ ควรใช้ Nano Banana Pro
2.3 Google Photos – แก้ไขและปรับปรุงรูปภาพ

Google Photos มี AI editing tools
ความสามารถที่ทำได้ :
- ลบวัตถุไม่ต้องการ (เช่น ลบคนที่ยืนขวาด้านหลัง) – เสมือนไม่เคยมี
- ฟื้นฟูรูปเก่า – ทำให้ชัดขึ้น สว่างขึ้น ลบ blur
- ปรับสีสัน ความสว่าง ความคมชัด อัตโนมัติ (ไม่ต้องเรียนรู้การแต่งรูป)
- เพิ่มวัตถุหรือคนเข้าไปในรูป – สร้างรูปที่ไม่มี
- ขยายรูปแล้วเสริมพื้นหลัง (Zoom/Upscale) – เหมาะสำหรับรูปขนาดเล็ก
เข้าใช้งานได้ที่ :
- Google Photos app บน Android และ iOS
- Google Photos web (photos.google.com)
ราคา:
- ฟรี สำหรับบ่อยครั้ง (อันดับแรกต่อวัน free)
2.4 Google Whisk คือเครื่องมือทดลองจาก Google Labs ที่เปลี่ยนวิธีสร้างภาพด้วย AI

จากเดิมที่ต้องพิมพ์ prompt ยาวและซับซ้อน
Whisk ให้ผู้ใช้เริ่มจากภาพแทนข้อความ
Whisk ทำงานอย่างไร
- Whisk ใช้ภาพอ้างอิง 3 บทบาทหลัก
- ภาพตัวแบบ ว่าจะให้ภาพนี้เกี่ยวกับอะไร
- ภาพฉาก ว่าเหตุการณ์หรือบริบทอยู่ที่ไหน
- ภาพสไตล์ ว่าภาพควรออกมาในอารมณ์หรือเทคนิคแบบใด
เมื่ออัปโหลดภาพทั้งสาม
AI จะวิเคราะห์แก่นของแต่ละภาพ ไม่ใช่คัดลอกตรงตัว
จากนั้นสร้างคำอธิบายภายในขึ้นมาเอง
แล้วส่งต่อให้โมเดลสร้างภาพของ Google เพื่อสร้างภาพใหม่ที่ผสมแนวคิดทั้งหมดเข้าด้วยกัน
ผลลัพธ์ที่ได้คือภาพใหม่ทั้งหมด
ไม่ใช่การก็อปปี้ตัวแบบหรือฉากเดิม
แต่ยังคงอารมณ์และแนวคิดของภาพต้นทางไว้
การควบคุมเพิ่มเติม
ผู้ใช้สามารถเพิ่มข้อความสั้น ๆ เพื่อปรับรายละเอียด
เช่น เพิ่มอารมณ์ เปลี่ยนแสง หรือระบุท่าทาง
และสามารถดูข้อความที่ AI สรุปจากภาพได้
เพื่อแก้ไขหรือปรับความเข้าใจของระบบก่อนสร้างใหม่
Whisk จึงไม่ได้ปิดบังขั้นตอน
แต่เปิดให้ผู้ใช้เห็นว่า AI เข้าใจภาพอย่างไร
Whisk เหมาะกับงานแบบไหน
Whisk เหมาะกับงานที่ต้องการสำรวจไอเดียจำนวนมาก
เช่น ออกแบบปกหนังสือ คอนเซ็ปต์สินค้า งาน illustration
หรือการทำ mockup สำหรับคอนเทนต์และอีคอมเมิร์ซ
ไม่ใช่เครื่องมือสำหรับงานที่ต้องการความเป๊ะระดับพิกเซล
แต่เหมาะกับช่วงคิด ทดลอง และค้นหาทิศทางภาพอย่างรวดเร็ว
ข้อจำกัด
Whisk ไม่ได้สร้างภาพให้เหมือนต้นฉบับทุกจุด
ตัวละครอาจเปลี่ยนรูปร่าง สีผิว หรือรายละเอียดเล็กน้อย
สิ่งนี้เป็นการออกแบบโดยตั้งใจ เพื่อหลีกเลี่ยงการโคลนบุคคลจริง
และเปิดพื้นที่ให้ความคิดสร้างสรรค์ทำงานได้มากขึ้น
ดังนั้น Whisk คือเครื่องมือตีความจาก Referlence ไม่ใช่การลอกแบบ
3. : NotebookLM – วิเคราะห์เอกสารด้วย AI

NotebookLM (notebooklm.google.com) เป็นเครื่องมือ AI ที่สร้างสำหรับการวิเคราะห์และสำรวจเอกสาร – อย่างเหมาะสมสำหรับผู้เขียน นักวิจัย นักเรียน
ความสามารถที่ทำได้ :
- อัปโหลดเอกสาร (PDF ไฟล์ข้อความ ลิงก์เวบไซต์ วิดีโอ YouTube)
- ถามคำถามเกี่ยวกับเอกสารและได้คำตอบที่เฉพาะเจาะจง (เหมือนจริง AI อ่าน)
- สร้าง Audio Overviews – สรุปเสียงของเอกสาร (เหมือนคนอธิบายให้ฟัง)- เหมาะสำหรับขับรถฟัง
- สร้างสไลด์ Google Slide อัตโนมัติจากเอกสาร
- สร้างกิจกรรม/แบบทดสอบ เพื่อเข้าใจเนื้อหา
- ปรึกษากับเอกสารเหมือนพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญ
ตัวอย่างการใช้:
- นักวิจัยอยากศึกษา research paper ยาว
- อัปโหลดไป NotebookLM
- ถามคำถาม 10+ ข้อ รวมกลุ่มข้อมูล
- ได้เข้าใจลึกๆ ทั้งเรียงลำดับ
- ผู้เขียนบทความต้องการสรุปการศึกษา
- อัปโหลด research files
- ให้ NotebookLM สร้าง Audio Overview
- ฟัง + จดบันทึก
- เขียนบทความจากข้อมูลนั้น
- นักศึกษาต้องการเข้าใจหนังสือ
- อัปโหลด chapter
- ถามคำถาม ได้ตอบอย่างชัดเจน
- สร้าง quiz ทำสอบเอง
ประโยชน์:
- ประหยัดเวลา ไม่ต้องอ่านทั้งหมด ก็ค้นหาสิ่งที่ต้องการได้
- เข้าใจลึกขึ้น ถามคำถาม ได้ตอบชัดเจน
- สร้าง summary + audio ช่วยแชร์กับคนอื่น
การเข้าถึง:
- ฟรี ในช่วง early testing(ขณะนี้ยังไม่ต้องจ่าย)
- ใช้ได้ทั่วไป notebooklm.google.com
- สามารถเชื่อมต่อกับ Gemini ได้
ทิป: ลอง NotebookLM กับไฟล์ long-form อยากอ่าน (book chapter research paper) ดูสิ
4.Gmail – AI สำหรับจัดการอีเมล

Gmail มี AI หลายอย่างที่ช่วยจัดการอีเมลให้ง่ายขึ้น – และอยู่ที่หน้า Gmail ที่คุณใช้ทุกวัน
Gmail มี AI ที่สามารถสรุปอีเมลที่ยาวๆ ให้เป็นหลักการสั้นๆ ทันใจ
ความสามารถที่ทำได้ :
- อ่านอีเมลที่ยาวหลายวันหรือหลายสัปดาห์ และสรุปเนื้อหาให้เป็นขั้นตอน
- ดูข้อความสำคัญในภาพรวม โดยไม่ต้องอ่านทั้งหมด – ประหยัดเวลา
การเข้าถึง:
- ฟรี ในแล้ว สำหรับทั้งผู้ใช้ Gmail ทั่วไป
- เปิด email thread ยาวๆ ที่ด้านบน → มองหาปุ่ม “Summary” ก็จะเห็น รับ summary ใน 2-3 วินาที
4.2 ตัวแนะนำคำตอบ (Suggested Replies)
Gmail สามารถเสนอคำตอบแบบรวดเร็ว ตามสไตล์ของผู้ใช้
ความสามารถที่ทำได้ :
- อีเมลเข้ามา AI อ่าน และเสนอคำตอบ 3 ข้อให้เลือก
- สามารถแก้ไขคำตอบนั้นก่อนส่ง หรือใช้ตรงๆ ได้
เรียนรู้จากสไตล์การเขียนของคุณ:
- Gmail เรียนรู้ว่าคุณตอบอีเมลอย่างไร แล้วเสนอคำตอบที่คล้ายกัน
- ถ้าคุณเป็นผู้ที่ตอบยาวๆ มันจะเสนอยาว (บ่อยครั้งจะแม่นกว่า Gemini)
4.3 Help Me Write – ตัวช่วยเขียนอีเมล
Google mail มี Help Me Write ในการเขียนอีเมลใหม่
ความสามารถที่ทำได้ :
- เขียนอีเมล์ที่ใช้บ่อย
- AI จะสร้างร่างอีเมลให้คุณ
- แก้ไขตามใจชอบแล้วส่ง
ตัวอย่าง:
บอก: “ขอลา 2 วัน เพราะต้องไปท่องเที่ยว”
↓
AI เขียน: “ค่อนข้างดีครับ/ค่ะ ผมขอลาประเทศจีนกับครอบครัว วันศุกร์-อาทิตย์
ไม่พบปัญหาหรือไม่ ขอบคุณครับ”
↓
แก้ไขแล้ว → ส่ง
ประโยชน์:
- ช่วยเวลาสำหรับเมล reply ต่างๆ แข็งแกรง
- ถ้ามี email มาดี AI ช่วยตอบได้เร็ว
- ไม่ต้องคิดหา “ขึ้นต้น” อีเมล
4.4 AI Inbox (ใหม่ 2026) – Inbox ที่ฉลาดขึ้น
Google กำลังทดสอบ AI Inbox ซึ่งจะแปลงรายการอีเมลให้เป็น to-do list
การใช้งาน :
- แทนที่รายการอีเมลปกติ (ดูเหมือนเมล) ด้วยรายการหัวข้องาน ที่ AI ดึงข้อมูลจากอีเมล
- จะเห็น “เก็บเอกสารสำหรับสัญญา” “ขอให้สมัครสมาชิก” “ท่องเที่ยวถึงญี่ปุ่น” แทนรายการอีเมลแต่ละฉบับ
- ลบอีเมล์รบกวน มองเห็นสิ่งที่ต้องทำชัดๆ
สถานะ:
- ยังอยู่ระหว่างทดสอบ (limited rollout)
- จะเปิดตัวเต็มรูปแบบเร็วๆ นี้
Gmail มี proofread tool ที่ช่วยแก้ไขไวยากรณ์ และให้คำแนะนำการเขียน
ลักษณะเด่น:
- ตรวจสอบ spelling grammar punctuation อัตโนมัติ
- เสนอปรับปรุงให้เขียนชัดเจนขึ้น (Clarity suggestions)
- รักษาสไตล์ของคุณไว้ (ไม่ลบ personality)
- เหมาะสำหรับรับเมล formal หรือเขียนส่วนสำคัญ
ใช้งานที่ :
- โพค “Check spelling” ด้านล่าง compose window
- AI จะชี้ error และให้ suggestion
4.6 ค้นหาอีเมลแบบธรรมชาติ (Conversational Search)
Google อยากให้คุณถาม Gmail เหมือนคนธรรมชาติ
ตัวอย่าง:
“ใครคือผู้จัดการฝ่ายขายที่ฉันพบเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว?”
→ Gmail จะค้นหา email เรียก name มา
“ส่งเอกสารอะไรให้ศูนย์บริหารคน?”
→ Gmail จะ filter เมล ถึงแผนก HR และบอกเอกสารอะไร
ประโยชน์:
- ไม่ต้องจำรายชื่อ ขอพูดปกติ
- ค้นหา email เร็วกว่าการกด filter
การเข้าถึง:
- บางอย่างต้องสมาชิก Google AI Pro ขึ้นไป
TIPS : ตอนนี้ยังใช้งานได้ไม่ตามที่บอกไว้นัก แต่คาดว่ากำลังพัฒนาให้ใช้ง่านได้ง่ายในเร็วๆนี้
5: Google AI Studio – สร้างและทดสอบ AI (ฟรี!)
Google AI Studio (aistudio.google.com) เป็นเครื่องมือฟรี ที่ไม่ต้องใส่บัตรเครดิต สำหรับสร้างและทดสอบ Gemini
ความสามารถที่ทำได้ :
- ทำ Prompt สำเร็จ (Saved Prompts) และจดจำแบบ prompt ที่ทำงานดี
- อัปโหลดไฟล์ (PDF ภาพ CSV) เพื่อให้ Gemini วิเคราะห์
- ทดสอบตัวเลขต่างๆ และ structured output (เช่น JSON format) – เหมาะสำหรับ developer
- ทำระบบ chatbot โดยไม่ต้องโค้ด (ใช้ GUI interface)
- ใช้ API key ของคุณเองเพื่อบูรณาการกับแอปของคุณ
คุณสมบัติ:
- ฟรี 100% – ไม่มี subscription plan สำหรับ AI Studio เอง
- สามารถเข้าถึง Gemini 3 Pro, Gemini 2.5 Flash, Gemini 2.0 Flash ได้
- ทดสอบแบบ multimodal (ข้อความ รูปภาพ ไฟล์)
- ได้ API key ฟรี สำหรับการเรียนรู้และต้นแบบ (prototype)
- บันทึก conversation ได้ แชร์กับคน อื่นได้
ใครควรใช้:
- ผู้เขียนบทความที่อยากทดสอบไอเดีย (ก่อนเขียนจริง)
- ครูและนักเรียน – สำหรับการสอน/เรียน
- นักพัฒนา/โปรแกรมเมอร์ที่เริ่มต้น – ลองใช้ API ฟรี
- ใครก็ตามที่อยากลองใช้ AI โดยไม่มีค่าใช้
ตัวอย่าง Prompt สำหรับการใช้งาน :
- สร้างappsอ่านแบบฟอร์มรับสมัครงานออนไลน์ ที่สามารถอ่านไฟล์doc,excel,words,pdf ทุกไฟล์ได้แล้วสร้างเป็นตัวอักษรให้อ่านง่ายเพื่อบันทึกลงใน google sheets
- สร้างหน้าจอ Dashboard จำลอง สำหรับดูยอดขายรายวัน มีกราฟแท่งแสดงยอดขาย 7 วันย้อนหลัง และกล่องแสดงยอดขายรวมวันนี้ ดูทันสมัย พื้นหลังสีมืด (Dark Mode)
- สร้างเครื่องมือช่วยจัดซื้อ โดยให้ AI อ่านไฟล์ PDF หรือรูปภาพใบเสนอราคาจากซัพพลายเออร์หลายรายพร้อมกัน แล้วสร้างตารางเปรียบเทียบราคา คุณสมบัติสินค้า และเงื่อนไขการชำระเงิน พร้อมไฮไลท์จุดที่ซัพพลายเออร์แต่ละรายได้เปรียบหรือเสียเปรียบ
- สร้างหน้าเว็บแอปพลิเคชันแบบไฟล์เดียวจบ (Single HTML File) สำหรับคำนวณ Rental Yield และ Cash on Cash Return โดยให้ผู้ใช้กรอกราคาซื้อ ค่าตกแต่ง ค่าส่วนกลาง และค่าเช่ารายเดือน แล้วแสดงผลลัพธ์เป็นเปอร์เซ็นต์พร้อมคำแนะนำว่าอสังหาริมทรัพย์นี้ ‘น่าลงทุน’ หรือไม่ ดีไซน์หรูหราสไตล์เอเจนซี่
- สร้างบอทจำลองการสัมภาษณ์งาน ให้รับบทเป็น HR ดุๆ หน่อย ให้เริ่มถามคำถามผู้ใช้ทีละข้อ รอผู้ใช้ตอบ แล้วค่อยวิจารณ์คำตอบพร้อมให้คะแนน แล้วถามข้อต่อไป
- สร้างเว็บคำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3% และ 1% ให้กรอกยอดเงินก่อนรวมภาษี (Base amount) แล้วคำนวณออกมาว่าต้องหักเท่าไหร่ และยอดสุทธิที่ต้องจ่ายจริงเท่าไหร่ ดีไซน์สะอาดตา”
- สร้างหน้า Landing Page สำหรับขายสินค้าแบบ HTML ไฟล์เดียวจบ โดยมีพาดหัวตัวใหญ่ดึงดูดความสนใจ ส่วนแสดงคุณสมบัติสินค้า 3 ข้อพร้อมไอคอนประกอบ ส่วนรีวิวลูกค้าพร้อมดาว 5 ดวง และสำคัญที่สุดคือปุ่ม ‘สั่งซื้อโปรโมชัน’ สีแดงตัวใหญ่ที่ลอยค้างอยู่ด้านล่างหน้าจอตลอดเวลา (Sticky Footer)
- เขียนเกม ‘ตีตัวตุ่น’ ง่ายๆ แบบ HTML5 ไฟล์เดียวจบ โดยสร้างตาราง 3×3 ขึ้นมา แล้วให้ตัวตุ่น (ใช้ Emoji รูปหนู) สุ่มโผล่ขึ้นมาเพื่อให้ผู้เล่นคลิกเก็บคะแนนแข่งกับเวลา 30 วินาที พร้อมแสดงคะแนนปัจจุบันและคะแนนสูงสุด (High Score) ไว้ด้านบน
- สร้างเกมตอบคำถามความรู้รอบตัว 5 ข้อแบบ HTML ไฟล์เดียวจบ ดีไซน์ดูดีรองรับมือถือ โดยเมื่อผู้เล่นกดเลือกคำตอบ ก, ข, ค, ง ให้เฉลยทันทีว่าถูกหรือผิด (สีเขียว/แดง) ก่อนจะไปข้อถัดไป และสรุปคะแนนรวมทั้งหมดในหน้าสุดท้าย
- “เขียนเกมทายคำศัพท์ภาษาอังกฤษแบบ HTML5 ไฟล์เดียวจบ โดยใช้ CSS สร้าง UI ที่ดูสนุกสนาน ระบบจะสุ่มโชว์คำนิยามหรือคำใบ้ แล้วให้ผู้ใช้พิมพ์คำตอบ หากถูกจะแสดงไอคอน Emoji ฉลอง หากผิดจะเฉลยคำที่ถูกต้อง มีระบบสะสมคะแนนต่อเนื่อง (Streak) และบันทึกคะแนนสูงสุดลงใน Local Storage”
TIPS : ในการใช้งาน google Ai studio เพื่อสร้างอะไรก็ตาม ควรเลือกโหมด Gemini 3 pro ( Preview ) เท่านั้นเพื่อประสิทธิภาพที่มากกว่า
6.Google Antigravity

Google Antigravity คือ Agentic IDE
เครื่องมือพัฒนาโค้ดยุคใหม่ที่ให้ AI Agent เป็นตัวทำงานหลัก
ไม่ใช่แค่ช่วยแนะนำโค้ด แต่สามารถ
วางแผน → ลงมือทำ → ทดสอบ → รายงานผล ได้เอง
ต่างจาก IDE เดิมที่มนุษย์ต้องคุมทุกขั้น
จุดเด่นหลัก
1. Agent ทำงานแทนคนได้จริง
- เขียนโค้ด
- รันเทอร์มินัล
- เปิดเบราว์เซอร์ทดสอบ
- แก้บั๊กและรีแฟกเตอร์เองได้ (ข้าม editor / terminal / browser)
2. มี “หลักฐาน” ให้เชื่อใจได้ (Artifacts)
แทนการดู tool call ยาว ๆ
คุณจะเห็น:
- task list
- แผนการทำงาน
- ผลทดสอบ
- screenshot / วิดีโอการทดสอบ
รู้ว่า agent ทำอะไรไปแล้วบ้าง
3. ให้ feedback ได้แบบไม่ต้องหยุดงาน
- คอมเมนต์บน plan หรือผลลัพธ์เหมือน Google Docs
- Agent รับ feedback แล้วปรับงานต่อทันที (async)
4. เรียนรู้จากงานที่ผ่านมา
- Agent เก็บ pattern / workflow ที่เวิร์ก
- งานถัดไปทำได้เร็วและสม่ำเสมอขึ้น
มี 2 มุมมองการทำงาน
- Editor View → ทำงานแบบโฟกัสทีละงาน (เหมือน VS Code + AI)
- Manager View → สั่งหลาย agent ทำหลายงานพร้อมกัน แล้วดูผลจาก dashboard เดียว
ใช้ทำอะไรได้บ้าง?
- รีแฟกเตอร์โค้ดทั้งโมดูล
- แก้บั๊กพร้อมทดสอบในเบราว์เซอร์
- สร้างฟีเจอร์ใหม่ทั้ง frontend / backend
- เขียนเอกสาร + ตั้ง CI/CD พร้อมกันหลายงาน
ค่าใช้จ่าย & สถานะ
- ฟรี (public preview)
- ใช้ Gemini 3 Pro เป็นหลัก
- รองรับ Claude และ OpenAI (ถ้ามี API key)
- ใช้ได้บน macOS / Windows / Linux
TIPS : เหมาะกับผู้ใช้งานที่เข้าใจเรื่องการเขียน Code Advance แล้ว
7.Google Search + AI Mode – ค้นหาที่ฉลาดขึ้น

Google Search มี “AI Mode” ที่ให้คำตอบแบบสรุปสิ่งที่เกี่ยวข้องไม่ใช่แค่ลิงก์เหมือนระบบเก่า
ความสามารถที่ทำได้ :
- ตอบคำถามที่ซับซ้อน
- AI จะค้นหา และสรุปคำตอบให้ (ไม่ต้องเข้าเว็บ)
- เสนอลิงค์ที่เกี่ยวข้อง (ต่อด้านล่าง)
- บางครั้งมี visualization หรือ interactive tools
Personal Intelligence (อัพเดทใหม่ 2026):

- AI Mode สามารถเข้าถึง Gmail และ Google Photos ของคุณ (ถ้าอนุญาต)
- การค้นหาจะเป็นส่วนตัว เช่น “ว่างวันไหนตามที่ Gmail บอก?”
- แนะนำสิ่งต่างๆ ตามความชอบของคุณ (ดูจากรูปที่บันทึก วันที่เดินทาง)
ตัวอย่าง:
ถาม: “วางแผนวันหยุดสำหรับครอบครัว”
↓
AI ดู:
- Gmail → มีการจองโรงแรม
- Photos → ที่ชอบเที่ยวไป (ตามประวัติเดินทาง)
↓
AI แนะนำ: “ลองไป Phuket ดี หรือ Chiang Mai” + ตัวเลือกโรงแรม + กิจกรรม
ประโยชน์:
- ค้นหาเร็ว ไม่ต้องเข้าหลายเว็บ
- ตัวเลือกมี personalised (ตามความชอบของคุณ)
- ค้นหาเหมือนถามเพื่อน ไม่ใช่ผ้า search keyword
TIPS : มองหา “AI Overview” หรือ “Gemini” ด้านบนใน google
8.Google Trends + Gemini – ค้นหาแนวโน้มด้วย AI

ในเดือนมกราคม 2026 Google ได้เพิ่ม Gemini AI เข้าไปใน Google Trends ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงสำคัญในวิธีการวิเคราะห์แนวโน้มการค้นหา
ความสามารถ AI ใหม่:
- ข้อเสนอคำค้นหาอัตโนมัติ – พิมพ์คำค้นหาหนึ่งคำ Gemini จะเสนอ 8+ คำค้นหาที่เกี่ยวข้องอัตโนมัติ (เช่น “สุนัข” → “golden retriever” “สุนัขไม่ร่วงขน”)
- ได้ keyword idea ทันที ไม่ต้องคิด
- Panel ด้านข้างที่สอบถาม – Gemini แนะนำวิธีการวิเคราะห์ลึก เช่น “เปรียบเทียบแนวโน้มจากภูมิภาคต่างๆ” “ดูการเปลี่ยนแปลงตามเวลา”
- ช่วย guide ไม่ต้องรู้ว่าจะดูอะไร
- เพิ่มความสามารถในการเปรียบเทียบ – สามารถเปรียบเทียบคำค้นหาได้มากขึ้นพร้อมกัน (เพิ่มจาก 5 เป็น 10+ )
- ดูเปรียบเทียบ product keywords competitor ได้ละเอียดขึ้น
- เลือก Rising Queries – แสดงคำค้นหาที่กำลังเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า ทำให้เห็นภาพรวมที่ดีขึ้น
- ตรวจจับ trend ใหม่เร็วกว่าคนอื่น
- เข้าใจภาษาธรรมชาติ – ถามไทยธรรมชาติได้ (เช่น “แสดงสุนัขที่เป็นที่นิยมในอเมริกาในปีที่แล้ว”) โดยไม่ต้องการเลือกจาก menu
- พูดปกติได้ เหมือนถามเพื่อน
ตัวอย่างการใช้:
สำหรับนักข่าว/ผู้เขียน:
- ค้นหา trending topics ใหม่สำหรับเขียนบทความ
→ trends.google.com → พิมพ์ “AI” → Gemini suggests “Gemini 3 Pro” “Claude 4” “xAI Grok” - ค้นหาเร็ว แล้วเขียน → ก่อนคนอื่นตั้ง article ได้ดั่งใจ
สำหรับนักการตลาด:
- ค้นหา seasonal trends สำหรับแคมเปญ
→ trends.google.com → “กระเป๋า” → ก้อ Gemini suggest “กระเป๋ากีฬา” “กระเป๋า vintage” “กระเป๋า eco-friendly” - ตั้งกลยุทธ์โฆษณา ก่อนคู่แข่ง
สำหรับ SEO:
- ค้นหา keyword gap → ว่าคำค้นหาใหม่ไหน
- หาหัวข้อที่มีศักยภาพสูง (high intent)
- เปรียบเทียบเทรนด์ ranking
ประโยชน์:
- ฟรี – ไม่ต้องจ่าย ทั้งหมด
- เร็ว – ค้นหา trending topics ใน 2-3 นาที
- ไม่ต้องเลือก menu – พูดปกติได้
- ตรวจจับ trend ใหม่ ก่อนคู่แข่ง
การเข้าถึง:
- ไปที่ trends.google.com
- ไม่ต้องสมัครสมาชิก
- ใช้ได้บน desktop และ mobile
TIPS : สามารถแก้ไข suggestion โดยการ hover “Suggest search terms” button – ด้านบนขวา Gemini จะแนะนำคำใหม่ให้อัตโนมัติ
9.Google Workspace + AI

Google Docs มีความสามารถ AI ในตัว
ความสามารถที่ทำได้ :
- ใช้ “Help me write” – บอกอะไร AI จะเขียนร่างให้ (เหมือน Gemini แต่อยู่ใน Docs)
- ขยายข้อความ – บอก AI ให้พัฒนาแนวคิดเดียวให้ยาวขึ้น
- สรุปข้อความ – ให้ AI จดหมายแบบสั้น
- ปรับโทน – เปลี่ยนจาก formal เป็น casual หรือในทางกลับกัน
ประโยชน์:
- เขียนเร็ว – ไม่ต้องเขียนทั้งหมดเอง
- Edit ได้ – AI เขียนร่าง → คุณแก้ไข → ผล ดีขึ้น
Google Sheets ได้ AI ในการวิเคราะห์
ความสามารถที่ทำได้ :
- สร้างสูตร – บอก AI ว่าต้องการอะไร มันจะเขียน formula
- วิเคราะห์ข้อมูล – ถามคำถามเกี่ยวกับตัวเลข AI จะบอก
- สรุป summary ของข้อมูล – ดูรวม ใจ
- สร้างกราฟอัตโนมัติ – พูด AI สร้างให้
ประโยชน์:
- ไม่ต้องรู้ formula ก็ได้
- วิเคราะห์ data เร็ว
Google Slides มี Nano Banana Pro สำหรับสร้างภาพประกอบ
ความสามารถที่ทำได้ :
- ใส่รูปภาพที่สร้างจาก AI ตรงไปที่ Slides
- ใช้ “Help me design” ได้ (ในตำแหน่งทำงาน)
- Nano Banana Pro ให้ภาพคุณภาพสูง
9.4 Google Vids – ทำวิดีโอ Presentation ด้วย AI
Google Vids คือเครื่องมือทำวิดีโอใหม่ สำหรับ Workspace
ความสามารถที่ทำได้ :
- AI ช่วยเขียนบท (script) – บอก หัวข้อ AI เขียน
- สร้างวิดีโอ explainer อัตโนมัติจากข้อความ
- ใช้ Nano Banana Pro สำหรับรูปภาพ
- ตัดต่อและจัดการเสียง (background music)
ประโยชน์: ไม่ต้องเป็นการถ่ายทำจริง ทำได้ทั้งหมดจาก AI
ปัจจุบัน google vids ยังไม่รองรับภาษาไทย
9.5 Google Forms + AI (Gemini)
Google Forms สามารถใช้ AI เพื่อ สร้าง วิเคราะห์ และพัฒนาแบบฟอร์มได้อัตโนมัติ ทำให้จากงานที่เคยใช้เวลาหลายสิบนาที เหลือเพียงไม่กี่นาที
3 ฟีเจอร์ AI หลัก
1) Help Me Create
พิมพ์ prompt ครั้งเดียว → AI สร้างแบบฟอร์มทั้งชุด
- เลือกชนิดคำถามให้อัตโนมัติ
- สร้างตัวเลือกคำตอบที่เหมาะสม
- เรียงลำดับคำถามอย่างมีตรรกะ
⏱️ ประหยัดเวลาได้มากกว่า 90%
2) Response Summarization
สำหรับคำถามปลายเปิด AI จะอ่านคำตอบทั้งหมดและสรุปเป็นธีมหลักให้ทันที
- เหมาะกับ survey, feedback, post-event report
- จากหลายชั่วโมง → เหลือไม่กี่วินาที
- 3) AI Question Suggestions
เมื่อฟอร์มมีอย่างน้อย 2 คำถาม
AI จะเสนอคำถามเพิ่มเติม 2–4 ข้อที่ “ควรถาม” เพื่อให้ข้อมูลครบขึ้น
9.6 Google Calendar + AI
Google Calendar ผสาน Gemini จนเปลี่ยนจากปฏิทินธรรมดา เป็นระบบจัดตารางเวลาอัจฉริยะที่ “คิดแทนผู้ใช้” ลดงาน back-and-forth และประหยัดเวลามหาศาล
3 ฟีเจอร์หลักที่มี AI เข้ามาช่วย
1) Add to Calendar จาก Gmail
- Gemini อ่านอีเมล → ดึงวัน เวลา ผู้เข้าร่วม บริบทอัตโนมัติ
- คลิกเดียวสร้าง event ได้ทันที
- ใช้กับ: นัดประชุม, ตั๋วเครื่องบิน, ร้านอาหาร, งานอีเวนต์
2) Help Me Schedule (หัวใจสำคัญ)
- พิมพ์อีเมลนัดประชุม → Gemini เสนอช่วงเวลาที่ว่างจริง
- ผู้รับเลือกเวลา → event ถูกสร้างในปฏิทินทั้งสองฝ่ายทันที
- เข้าใจบริบท: ระยะเวลา, ช่วงเวลา, timezone, focus time, buffer
ปัจจุบันรองรับ 1-on-1 เท่านั้น (group scheduling อยู่ใน roadmap)
3) Smart Reminders + Travel Time
- คำนวณเวลาการเดินทางจากตำแหน่งจริง (Maps)
- เตือน “ควรออกจากที่นี่กี่โมง” ไม่ใช่แค่ “ใกล้ถึงเวลา”
ข้อจำกัดปัจจุบัน
- ยังไม่เก่งเรื่อง group / multi-timezone scheduling
- รองรับภาษาอังกฤษดีที่สุด
- ต้องใช้ Gmail + Calendar คู่กัน
9.7 Google Drive + Gemini
Gemini สามารถช่วยในการจัดการไฟล์ Google Drive
ความสามารถที่ทำได้ :
- ถามคำถามเกี่ยวกับไฟล์ Gemini จะตอบจากเนื้อหา
- ถาม “ไฟล์ใดที่เกี่ยวกับ [หัวข้อ]” Gemini จะค้นหา
- สรุปเนื้อหาไฟล์
- ค้นหา action items จากเอกสาร
9.8 Google Maps + Gemini Guides
Google Maps มี Gemini Guides
ความสามารถที่ทำได้ :
- Gemini สร้างเส้นทางแบบแนะนำ (itinerary)
- บอก “ต้องการไปเที่ยวตามรสนิยมของฉัน” Gemini จะแนะนำ
10. Google Flow คือเครื่องมือ AI สำหรับสร้างวิดีโอจาก Google Labs

ออกแบบมาเพื่อให้ผู้ใช้สามารถสร้างวิดีโอคุณภาพระดับ cinematic ได้ตั้งแต่ต้นจนจบ โดยไม่ต้องถ่ายทำจริง
Flow ไม่ได้เป็นแค่ระบบ text-to-video
แต่เป็นแพลตฟอร์มทำวิดีโอที่รวมการสร้างฉาก การแก้ไข และการเรียบเรียงเรื่องราวไว้ในเครื่องมือเดียว
ผู้ใช้สามารถเริ่มจากข้อความ รูปภาพ หรือวิดีโออ้างอิง แล้วให้ AI สร้างคลิปที่มีแสง มุมกล้อง การเคลื่อนไหว และอารมณ์แบบงานภาพยนตร์
ความสามารถที่ทำได้ :
1 ) ผู้ใช้สั่ง Prompt เข้าไป
อาจเป็นข้อความอธิบายฉาก รูปภาพตัวละคร เฟรมเริ่มต้น–เฟรมสุดท้าย หรือคลิปวิดีโอเดิมที่ต้องการต่อขยาย
2) จากนั้น AI จะประมวลผลตาม Prompt ของผู้ใช้
สร้างวิดีโอที่มีการเคลื่อนไหวสมจริง แสงและฟิสิกส์ดูเป็นธรรมชาติ พร้อมเสียงประกอบตามบริบท
3) เมื่อได้คลิปแล้ว ผู้ใช้สามารถสั่ง Prompt เพิ่มเติมเพื่อปรับแต่งต่อได้ เช่น เปลี่ยนบรรยากาศจากกลางวันเป็นเย็น ปรับโทนสี เปลี่ยนมุมกล้อง เพิ่มหรือลบวัตถุในฉาก โดยใช้คำสั่งภาษาธรรมดา
4) ผู้ใช้สามารถนำหลายคลิปมาต่อกันใน timeline
เพื่อสร้างวิดีโอที่เป็นเรื่องเดียวกัน หรือ short film แบบครบลำดับเหตุการณ์ แล้วส่งออกเพื่อนำไปใช้งาน
จุดที่ Flow เด่นเป็นพิเศษ :
- Flow เหมาะกับการสร้างวิดีโอเชิงเล่าเรื่องที่ต้องการความต่อเนื่อง
ตัวละครสามารถคงรูปลักษณ์เดียวกันข้ามหลายฉากได้
ฉากสามารถขยายต่อจากวิดีโอเดิมโดยไม่ต้องสร้างใหม่ทั้งหมด
ผู้ใช้ควบคุมแสง อารมณ์ และการเคลื่อนกล้องได้ละเอียดกว่าระบบ text-to-video ทั่วไป - ที่สำคัญคือทุกอย่างเกิดขึ้นในเครื่องมือเดียว
ไม่ต้องสร้างคลิปในที่หนึ่งแล้วเอาไปตัดต่อในอีกโปรแกรมหนึ่ง
การใช้งานที่เหมาะสมกับ Google Flow
- Flow เหมาะกับครีเอเตอร์ที่ต้องการวิดีโอคุณภาพโดยไม่ต้องมีอุปกรณ์ถ่ายทำ
- ผู้กำกับหรือทีมโปรดักชันที่ใช้ทำ pre-visualization และ rough cut
- นักการศึกษาและผู้ทำวิดีโออธิบายแนวคิด
- ทีมการตลาดที่ต้องการคอนเซ็ปต์วิดีโอเร็วเพื่อทดลองไอเดีย
สามารถใส่เสียงพูดไทยเข้ากับปากได้อย่างดี แต่ควบคุมโทนเสียงได้ยาก
ข้อจำกัด :
- ความยาวของคลิปต่อครั้งยังมีเพดาน
- การเล่าเรื่องที่ซับซ้อนต้องจัดฉากและลำดับเอง
- บางแพ็กเกจยังมี watermark
- ราคาต่อคลิปสูงมาก การใช้งานคุณภาพสูงใช้เครดิตค่อนข้างเร็ว
Flow จึงเหมาะกับงานสร้างสรรค์และการทดลอง มากกว่างานโปรดักชันยาวระดับสตูดิโอ
11.เครื่องมือ AI อื่นๆ ของ Google
11.1 Gemini Live – คุยกับ AI แบบสด

Gemini Live เป็นการพูดคุยแบบ real-time กับ Gemini โดยใช้เสียง ไม่ต้องพิมพ์
ใช้งานได้ใน App Gemini
ความสามารถที่ทำได้ :
- พูดคำถาม Gemini จะตอบกลับด้วยเสียง
- สนทนากันแบบสด ได้เหมือนพูดคุยกับคนอื่น
- เข้าใจการขาดจำหนายและลำเอียง (accents) ต่างๆ
- สามารถดำเนินการ multimodal – ถ่ายรูปแล้วถามคำถาม
- ตอบกลับได้เร็ว ใกล้เคียงกับการสนทนาจริงๆ
เหมาะสำหรับ:
- คนที่ชอบสนทนา มากกว่าการพิมพ์
- ขณะขับรถ (hands-free)
- ใช้เป็นเพื่อนคุยหรือครูส่วนตัว
- ผู้เรียนภาษา
11.2 Disco AI – Assistant ใน Browser

Disco AI เป็น AI assistant ที่ทำงานใน Browser ของคุณ (Chrome extension)
ความสามารถที่ทำได้ :
- คำตอบอย่างรวดเร็วจากเนื้อหา web page ที่กำลังดู
- สรุปบทความยาว
- ถามคำถามเกี่ยวกับหน้า web
- แก้ไข/เขียนข้อความใดๆ บน web
- สรุป ผลิตภัณฑ์ ราคา รีวิว
- บันทึกบันทึกหรือสร้าง note จากข้อมูล
11.3 Google Lens

Google Lens ไม่เพียงแค่ค้นหาภาพ – มี AI สำหรับทำความเข้าใจ[1]
ความสามารถที่ทำได้ :
- วิเคราะห์พืช สัตว์ อาหาร
- ชี้กล้องที่สิ่งของ → Google บอกว่ามันคืออะไร
- อ่านข้อความบนรูปภาพ (OCR)
- ค้นหาสินค้าเหมือนกันออนไลน์
- แปลข้อความขณะถ่ายรูป
11.4 Google Translate + Gemini
ความสามารถที่ทำได้ :
- ดีขึ้นกว่าระบบ machine translation
- แปลข้อความด้วย context เข้าใจมนุษย์มากขึ้น
- ครอบคลุมทุกภาษาทั่วโลก
11.5 Google Ads + Nano Banana Pro

ธุรกิจขนาดเล็กใน Google Ads สามารถใช้ Nano Banana Pro
ความสามารถที่ทำได้ :
- สร้างรูปประกอบ ads อัตโนมัติจากตัวอักษร
- แก้ไข banner และ social media image
- สร้างคำบรรยายรูปภาพสำหรับ Google Shopping
11.6 Google Merchant Center + AI

Google Merchant Center มี AI ช่วยจัดการสินค้า
ความสามารถที่ทำได้ :
- ตัวแนะนำการปรับปรุง
- สรุปคำบรรยายสินค้า
- แนะนำการปรับปรุงรูปภาพ
11.7 Google Mix Board

ใช้สร้าง-สำรวจ-ปรับไอเดียด้วย ภาพ + ข้อความ
แนวคิดคือ Pinterest + Moodboard + AI แก้ภาพด้วยภาษา
ความสามารถที่ทำได้ :
- พิมพ์ข้อความ → ได้ไอเดียภาพ 15+ แบบทันที
- แก้ภาพด้วยประโยคธรรมดา
เช่น “เพิ่มต้นไม้”, “ทำให้ดู minimal”, “เปลี่ยนเป็นแสงเย็น” - สร้างภาพหลายเวอร์ชัน (More like this)
- รวม 2 ภาพเป็น 1 ภาพใหม่ (สีจากภาพหนึ่ง + layout อีกภาพ)
- ทำ product mockup (โลโก้ลงเสื้อ แก้ว กระเป๋า ฯลฯ)
- สร้าง moodboard บน canvas ใหญ่ เลื่อน-ซูมได้อิสระ
- ดาวน์โหลดไปใช้ต่อใน Figma / Canva
ใช้งานได้อย่างไร :
- เข้า mixboard.google.com
- สร้างโปรเจกต์จาก
- พิมพ์ prompt
- เลือก template
- หรืออัปโหลดภาพอ้างอิง
- คลิกภาพ → พิมพ์คำสั่ง → AI แก้ให้ทันที
เหมาะกับใคร
- Designer / Creator
- คนขายของออนไลน์ (mockup เร็วมาก)
- Freelancer / Agency (ใช้คุยงานกับลูกค้า)
- Content Creator (หา aesthetic, color, concept)
ข้อจำกัด
- ใช้ได้เฉพาะ USA (ต้อง VPN)
- ยังเป็น Beta
- Export ยังไม่ถึงระดับ production 100%
11.8 Pomelli คือเครื่องมือ AI ด้านการตลาด

Pomelli คือเครื่องมือ AI ด้านการตลาดจาก Google Labs
ออกแบบมาเพื่อช่วยธุรกิจสร้างคอนเทนต์ที่ ตรงแบรนด์ อย่างสม่ำเสมอ
เหมาะกับธุรกิจที่ไม่มีทีมดีไซน์หรือทีมคอนเทนต์ขนาดใหญ่
ความสามารถที่ทำได้ :
1. สร้าง Business DNA
ใส่ URL เว็บไซต์
AI จะดึงสี ฟอนต์ โทนภาษา และสไตล์ภาพของแบรนด์
ใช้เป็นฐานสำหรับทุกคอนเทนต์
2. คิดแคมเปญ
เลือกไอเดียที่ AI แนะนำ
หรือพิมพ์ prompt เอง เช่น “เปิดตัวสินค้าใหม่”
ได้หลายแนวคิดภายในประมาณ 1 นาที
3. สร้างและแก้ Artwork
ได้โพสต์โซเชียล แบนเนอร์ และภาพอีเมลที่พร้อมใช้งาน
แก้ไขด้วยภาษาธรรมดา เช่น เปลี่ยนสีหรือขยายข้อความ
ทุกชิ้นยังคงโทนแบรนด์เดียวกัน
จุดเด่น
- ลดเวลาสร้างคอนเทนต์ประมาณ 30–40 เปอร์เซ็นต์
- คอนเทนต์ทุกชิ้นสอดคล้องกับแบรนด์
- ใช้ได้หลายแพลตฟอร์ม
- ฟรีในช่วงเบตา
- เหมาะกับ SMB และผู้ประกอบการ
ข้อจำกัด
- ต้องดาวน์โหลดไปโพสต์เอง ไม่มีระบบโพสต์อัตโนมัติ
- ไม่รองรับวิดีโอ
- ใช้ได้เฉพาะบางประเทศ ยังใช้ในประเทศไทยไม่ได้
11.9 Google Stitch คือเครื่องมือ AI สำหรับแปลงไอเดีย ข้อความ สเก็ตช์ หรือรูปอ้างอิง ให้กลายเป็น ดีไซน์ UI พร้อมโค้ดจริง (Figma, HTML/CSS, React)

จุดเด่นคือ คิดดีไซน์และสร้างโค้ดให้พร้อมกัน
เหมาะกับงานต้นแบบและงานที่ต้องการความเร็ว
ความสามารถที่ทำได้ :
- ใส่ input
- พิมพ์ข้อความอธิบาย UI
- อัปโหลดสเก็ตช์หรือภาพอ้างอิง (โหมด Experimental)
- AI สร้าง UI
- ได้ดีไซน์ 2–4 แบบ
- มี layout, สี, typography และ responsive ครบ
- ปรับและส่งออก
- แก้ด้วยคำสั่งภาษา เช่น ปรับ layout หรือเพิ่มส่วนใหม่
- Export ไป Figma หรือโค้ด HTML/CSS / React ได้ทันที
- สร้าง UI จากข้อความภายในไม่กี่วินาที
- แปลงสเก็ตช์หยาบให้เป็นดีไซน์ดิจิทัล
- ส่งดีไซน์เข้า Figma แบบแก้ไขต่อได้
- ได้โค้ดที่ใช้งานต่อได้จริง (เหมาะกับ prototype และ MVP)
เหมาะกับใคร
- Startup และ founder ที่ต้องทำ MVP เร็ว
- Developer ที่อยากได้ UI พร้อมโค้ด
- Freelancer และทีมเล็ก
- คนที่ไม่ถนัดออกแบบ แต่ต้องการหน้าตาใช้งานได้
ข้อจำกัด :
- ยังไม่เหมาะกับระบบใหญ่หรือ design system ซับซ้อน
- Interaction และ animation ขั้นสูงยังจำกัด
- งานที่ต้องเนี้ยบระดับแบรนด์ใหญ่ ยังต้องปรับต่อใน Figma
- ตอนนี้ฟรี แต่ Google ระบุว่าจะมีค่าใช้จ่ายในอนาคต
genaispace.net : A Space to learn Generative AI Together
อัพเดท 26/1/2569
อ่านต่อเพิ่มเติม — > Career Dreamer เมื่อ Google ไม่ได้แค่ช่วยค้นหาอาชีพ…แต่ช่วย “ค้นหาอาชีพที่เหมาะสมตัวเอง” https://genaispace.net/wp-admin/post.php?post=763&action=edit
