การฟื้นตัว การเปลี่ยนแปลงและจุดหักเหของ AI
ความหนาวที่ไม่ฆ่า แต่บังคับให้เปลี่ยน

สิ่งที่น่าประหลาดใจที่สุดเกี่ยวกับ
AI Winter ครั้งแรก (1974–1980)
คือมัน ไม่ได้ฆ่า AI
มันแค่ “แช่แข็ง” ความเชื่อแบบเดิม
แล้วเปิดพื้นที่ให้ AI เปลี่ยนรูปแบบ
เมื่อเข้าสู่ปี 1980
สิ่งที่หลายคนไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น:
Expert Systems กลับมา — และคราวนี้มันทำเงินจริง
ไม่ใช่ในห้องแล็บ
แต่ใน ธุรกิจจริง
และนี่คือสิ่งที่
Alan Turing
ไม่เคยทำนายไว้
AI ไม่จำเป็นต้อง “ฉลาดแบบทั่วไป (general)”
เพื่อจะ “มีคุณค่า”
AI ที่แคบ (Narrow AI )
แต่แก้ปัญหาได้จริง
สามารถสร้างเงินได้
(1980–1987)
ยุคที่ Expert Systems ขึ้นสู่ภาคธุรกิจ

XCON: ความสำเร็จที่จับต้องได้
ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดคือ
XCON ของ
Digital Equipment Corporation
- ใช้กำหนดค่า hardware อัตโนมัติ
- ลดความผิดพลาดจากมนุษย์
- ประหยัดต้นทุนให้ DEC
มากกว่า 40 ล้านดอลลาร์ต่อปี
และ XCON ไม่ได้อยู่ลำพัง
ตัวอย่างอื่น ๆ ได้แก่:
- PROSPECTOR ของ Shell Oil
→ วิเคราะห์หินเพื่อค้นหาแร่
→ ประหยัดเงินกว่า 20 ล้านดอลลาร์ - American Express
→ ระบบอนุมัติสินเชื่อ - General Motors, DuPont
→ ระบบควบคุมการผลิต
ตัวเลขสะท้อนความจริงอย่างหนึ่ง:
อุตสาหกรรม AI
เติบโตจาก “หลักล้านดอลลาร์” ในปี 1980
เป็น “หลักพันล้านดอลลาร์” ในปี 1988
ผู้คนเริ่มพูดว่า
“AI กลับมาแล้ว”
และครั้งนี้…
มันดูเหมือนจะจริง
ความอบอุ่นลวง: ปัญหาเดิมที่ไม่เคยหายไป

แต่ถ้ามองให้ใกล้ขึ้น
ปัญหาที่เคยฆ่า Symbolic AI
ในยุค 1970s
ยังอยู่ครบ
- Knowledge Acquisition Bottleneck
→ ยังต้องใช้ knowledge engineers เขียนกฎด้วยมือ - Brittleness
→ เจอ edge cases เมื่อไร ระบบพังเมื่อนั้น - Maintenance Cost
→ ทุกครั้งที่ DEC ออก hardware ใหม่
XCON ต้องอัปเดตกฎใหม่ทั้งหมด
ความแตกต่างเพียงอย่างเดียวคือ:
คราวนี้ ระบบเหล่านี้ “ทำเงินได้”
ดังนั้น
แทนที่จะถามว่า
“โครงสร้างนี้จะไปได้ไกลแค่ไหน?”
ผู้คนเลือกถามว่า
“ตอนนี้ ROI เป็นบวกหรือไม่?”
นี่คือ ความผิดพลาดเชิงโครงสร้าง
ผู้นำ AI ไม่ได้เรียนรู้จากอดีต
พวกเขาแค่สรุปว่า:
“ถ้าเราเลือก domain ให้แคบพอ
AI ก็ใช้ได้”
การลุกขึ้นของ LISP Machines: ฟองสบู่ที่เร็วและแรง

ในเวลาเดียวกัน
อีกกระแสหนึ่งก็เกิดขึ้น
บริษัทอย่าง
Symbolics
และ Lisp Machines Inc.
สร้างสิ่งที่เรียกว่า LISP Machines
แนวคิด
- คอมพิวเตอร์ที่ออกแบบมา
เพื่อรัน Symbolic AI โดยเฉพาะ - ใช้ภาษา LISP เป็นแกนกลาง
- เร็วและเหมาะกับ Expert Systems มาก
Symbolics เป็นตัวอย่างชัดเจนที่สุด:
- ก่อตั้งโดยอดีตนักวิจัยจาก MIT AI Lab
- ขายเครื่องให้บริษัทที่ทำ Expert Systems
- เติบโตเร็วมาก
- ในปี 1985 กลายเป็นหนึ่งในบริษัทเทคโนโลยีรุ่นแรกที่เข้าตลาดหุ้น
ดูเหมือนสวรรค์ของ AI
สวรรค์ของ AI ที่อยู่ได้ไม่นาน
ปัญหาไม่ได้มาจาก AI
แต่มาจาก ราคา hardware ของ Computer

ในช่วงกลางทศวรรษ 1980s:
- คอมพิวเตอร์ทั่วไป
เช่น Apple Macintosh, IBM PC, Sun Workstations
→ ถูกกว่า
→ แรงขึ้น
→ ยืดหยุ่นกว่า
เปรียบเทียบราคา:
- LISP Machines:
$70,000 – $150,000 ต่อเครื่อง - Sun Workstations:
~$10,000 ต่อเครื่อง
แม้แต่บริษัทที่ใช้ Expert Systems
ก็เริ่มถามคำถามง่าย ๆ ว่า:
“ทำไมต้องซื้อเครื่องแพง
ในเมื่อเครื่องทั่วไปก็เริ่มทำงานได้?”
คำตอบคือ…ไม่มี
การพังทลาย: AI Winter ครั้งที่สอง (1987–1993)

ในปี 1987
ตลาด LISP Machines พังทลายอย่างรวดเร็ว
- มูลค่าตลาดระดับ พันล้านดอลลาร์
หายไปในเวลาไม่ถึงปี - Symbolics ล้มละลายในช่วงต้น 1990s
- Lisp Machines Inc. ล้มเหลว
- Texas Instruments ถอนตัวจากธุรกิจ AI
นี่คือ
AI Winter ครั้งที่สอง
และมันรุนแรงกว่าครั้งแรก
เพราะครั้งนี้
AI ไม่ได้ล้มเหลวในห้องแล็บ
แต่มันล้มเหลวใน ราคาตลาดจากเทคโนโลยี Harware คอมพิวเตอร์
บทสรุปของยุคนี้
สิ่งที่ยุค 1980s–1990s สอนเรา คือ:
- AI สามารถสร้างมูลค่าได้โดยไม่ต้องเป็น AGI
- แต่ถ้าโครงสร้างยังเปราะบางมูลค่านั้นไม่ยั่งยืน
- การ “ทำเงินได้”ไม่ได้แปลว่า
” ปัญหาพื้นฐานถูกแก้แล้ว “
AI Winter ครั้งที่สอง
ไม่ใช่จุดจบของ AI
แต่มันคือสัญญาณว่า
การแก้ปัญหาผิวเผิน
จะพา AI กลับมาล้มซ้ำ
ในรูปแบบใหม่เสมอ
อ่านต่อที่ https://genaispace.net/การกำเนิดใหม่ของ-neural-networks/
